รายละเอียดมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด)ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๕ (ออกจากราชการวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔)
๑. วัตถุประสงค์ เพื่อให้กำลังคนภาครัฐมีขนาดและคุณภาพที่เหมาะสมสอดคล้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ และการใช้กำลังคนภาครัฐเป็นไปอย่างคุ้มค่า ประหยัด เต็มศักยภาพได้ประโยชน์สูงสุด ๒.หลักการ จูงใจข้าราชการให้ลาออกจากราชการก่อนครบอายุเกษียณ เพื่อสนับสนุนการแก้ไขประเด็นการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการตามผลการทบทวนบทบาทภารกิจ วิเคราะห์และสำรวจอัตรากำลังของส่วนราชการ ๓. กลุ่มเป้าหมาย ข้าราชการที่มีอายุ ๕๐ ปีขึ้นไป (อายุ ๔๕ ปีขึ้นไปสำหรับข้าราชการทหาร) หรือมีเวลาราชการ ๒๕ ปีขึ้นไป (ไม่รวมเวลาทวีคูณ) นับถึงวันก่อนออกจากราชการตามมาตรการฯ (วันที่ ๓๐ กันยายน) โดยเป็นข้าราชการประเภทใดประเภทหนึ่ง ดังต่อไปนี้ • ข้าราชการพลเรือนสามัญและข้าราชการพลเรือนในพระองค์ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน • ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา • ข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ • ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร • ข้าราชการธุรการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการและจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้ (๑) ผู้ออกจากราชการจะต้องมีเวลาราชการเหลือตั้งแต่ ๒ ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันที่ออกจากราชการตามมาตรการฯ (๒) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวนหรือสอบหาข้อเท็จจริงทางวินัย พิจารณาโทษทางวินัย รายงานการดำเนินการทางวินัย หรือพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งลงโทษทางวินัย หรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท (๓) ไม่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะต้องออกจากราชการไม่ว่ากรณีใด ๆ ตามกฎหมาย เช่น ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนเพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณา ถูกสั่งลงโทษปลดออก หรือ ไล่ออก หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการเนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการ ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น ๆ เป็นต้น (๔) ถ้าเป็นผู้อยู่ระหว่างปฏิบัติราชการชดใช้ตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับส่วนราชการในการไปศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย จะต้องปฏิบัติราชการชดใช้มาแล้วไม่น้อยกว่าระยะเวลาศึกษา ฝึกอบรม หรือปฏิบัติการวิจัย และจะต้องยินยอมชดใช้เงินตามสัญญาผูกพันที่ได้ทำไว้กับราชการสำหรับเวลาที่ยังปฏิบัติราชการชดใช้ไม่ครบ ทั้งนี้ ผู้จะได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการตามมาตรการฯ จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วน ตั้งแต่วันที่ยื่นใบสมัครจนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ออกจากราชการ ๔. รายละเอียดมาตรการฯ การดำเนินมาตรการฯ มีประเด็นเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคลของส่วนราชการและรายละเอียดที่จะต้องพิจารณาเป็นรายกรณี โดยส่วนราชการที่จะจัดให้มีมาตรการฯ จะต้องพิจารณาทบทวนบทบาทภารกิจ วิเคราะห์และสำรวจอัตรากำลังของส่วนราชการตามประเด็นการบริหารทรัพยากรบุคคล ๕ กรณี พร้อมทั้งจัดทำแผนดำเนินมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) โดยจำแนกประเด็นการบริหารทรัพยากรบุคคลและเสนอรายละเอียดการดำเนินการเป็นรายกรณี ดังนี้ http://www.ocsc.go.th/ocsccms/uploads/File/Early55_430_2553_att1.pdf http://www.ocsc.go.th/ocsccms/frontweb/view.jsp?categoryID=CAT0001814
|